Apr 292013
 

ตำนานพญานาค,ตํานานพญานาคในแม่น้ําโขง,ตํานานพญานาคแม่น้ําโขง,ตํานานพญานาคในแม่น้ําโขง,ตํานานพญานาคแม่น้ําโขง,ตํานานเมืองลับแล,ตํานานพญาครุฑ,ประวัติ พญานาค,ตํานานผาแดงนางไอ่,ตํานานบั้งไฟพญานาค,ต้น กํา เนิ ด พญานาค,กํา เนิ ด พญานาค ราช,ค ลิบ พญานาค ใน แม่ น้ํา โขง

ตํานานพญานาค เป็นเรื่องราวที่มีบันทึกไว้มานานตั้งแต่สมัยโบราณ โดยมีความเชื่อกันว่า พญานาคนั้น เป็นสัตว์เทวะที่มีรูปร่างยาวคล้ายงู มีหงอนสีแดงอยู่บนหัว มีอิทธิฤทธิ์ สามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ ดังนั้นวันนี้ เราจึงมีข้อมูลดีดี เกี่ยวกับตํานานพญานาค มาฝากเพื่อนๆกัน ไปดูเลย…

สาระเส้น

ตํานานพญานาค

พญานาค เมื่อใครได้ยิน ได้ฟังคำนี้แล้ว ก็คงจะนึกถึงสัตว์ในตำนาน ที่มีลักษณะลำตัวยาวเลื้อยเหมือนกับงูยักษ์ มีหงอนสีแดงอยู่บริเวณหน้าผาก มีอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหารย์จำแลงกายเป็นมนุษย์ได้ วึ่งส่วนมากก็จะเป็นเรื่องเล่าที่ฟังกันมาปากต่อปากจากคนแก่ คนเฒ่า ปู่ย่า ตายาย ที่เค้าเคยได้รับรู้สืบมารุ่นต่อรุ่น แต่วันนี้ เรามีข้อมูลที่จะมาคลายข้อสงสัย และทำให้ท่านได้เข้าใจว่า แท้ที่จริงแล้ว เรื่องราวของพญานาคนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร มาดูกันเลย

พญานาค หรือว่า นาค เป็นพญางูใหญ่ที่มีหงอน ซึ่งมีความเชื่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ว่าพญานาค เป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ ความมีวาสนา ความอุดมสมบูรณ์ ตามที่ท่านได้เห็นว่า ทุกๆวัดนั้น ตรงบันไดวิหารเค้าจะมีพญานาคอยู่สองฟากฝั่งของนับได ซึ่งมีความเชื่อของคนโบราณว่า พญานาคเป็นสัญลักษณ์ของบันไดสายรุ้งไปสู่จักรวาล พญานาคเป็นเทพเจ้าแห่งท้องน้ำ ตามความเชื่อทางล้านนาไทยแล้ว พญานาคเป็นสัญลักษณ์ของเทพเจ้าแห่งการให้ฝน แต่ละปีจะมีการทำนานของโหร ว่าปีนั้นๆ จะมีฝนตกกี่ห่า น้ำท่าจะอุดมสมบูรณ์หรือไม่ ซึ่งนับเป็นความเชื่อที่อยู่คู่คนไทย มานานตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
เมื่อศึกษาย้อนสืบไปแล้ว ตำนานพญานาคมีความเก่าแก่มากกว่าพุทธศาสนาด้วยซ้ำ ด้วยประเทศอินเดียทางใต้ เป็นเขตที่มีงูชุกชุม มนุษย์จึงรู้พิษสงของงูพิษเป็นอย่างดี จึงเกิดการนับถืองู ว่าเป็นเทพแห่งอำนาจ บารมีนั่นเอง บางที่ของอินเดียจึงนับถืองูกันเป็นที่ศักการะ และยึดเหนี่ยวจิตใจ

ตำนานพญานาค,ตํานานพญานาคในแม่น้ําโขง,ตํานานพญานาคแม่น้ําโขง,ตํานานพญานาคในแม่น้ําโขง,ตํานานพญานาคแม่น้ําโขง,ตํานานเมืองลับแล,ตํานานพญาครุฑ,ประวัติ พญานาค,ตํานานผาแดงนางไอ่,ตํานานบั้งไฟพญานาค,ต้น กํา เนิ ด พญานาค,กํา เนิ ด พญานาค ราช,ค ลิบ พญานาค ใน แม่ น้ํา โขง

ตํานานพญานาค

ตำนานพญานาคในทางพระพุทธศาสนานั้น มีอยู่ก่อนสมัยพระพุทธเจ้าแล้ว ดังเช่น หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมพิเศษแล้ว ได้เสด็จไปตามเมืองต่างๆ เพื่อแสดงธรรมเทศนา มีครั้งหนึ่งได้เสด็จออกจากร่มไม้อธุปปาลนิโครธ ไปยังร่มไม้จิกชื่อ “มุจลินท์” ทรงนั่งเสวยวิมุตติสุข อยู่ 7 วัน คราวเดียวกันนั้นมีฝนตกพรำๆ ประกอบไปด้วยลมหนาวตลอด 7 วัน ได้มีพญานาคชื่อ “มุจลินท์” เข้ามาวงด้วยขด 7 รอบพร้อมกับแผ่พังพานปกพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อจะป้องกันฝนตกและลมมิให้ถูกพระวรกาย หลังจากฝนหายแล้ว คลายขนดออก แปลงเพศเป็นมานพมายืนเฝ้าที่เบื้องพระพักตร์ ด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้า

ความเชื่อดังกล่าวทำให้ชาวพุทธสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก แต่มักจะสร้างแบบพระนั่งบนตัวพญานาค ซึ่งดูเหมือนว่าเอาพญานาคเป็นบัลลังก์ เพื่อให้เกิดความสง่างาม และทำให้คิดว่า พญานาค คือผู้คุ้มครองพระศาสดา

ตรงบันไดวิหารนั้น ที่มีพญานาคอยู่ ก็เพราะมีความเชื่อที่ว่า ตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากดาวดึงส์ ก็เดินลงมาโดยบันไดแก้วมณีสีรุ้ง ที่เทวดาท่านได้เนรมิตขึ้น และมีพญานาค 2 ตนเอาหลังหนุนบันไดไว้นั่นเอง ด้วยเหตุนี้ ทุกวัดจะมีพญานาคอยู่ตรงบันไดวิหาร 2 ตนนั่นเอง

อีกความเชื่อหนึ่ง เค้าบอกว่า คนโบราณเค้าถือว่าพญานาคกับสายรุ้งนั้น เป็นอันเดียวกัน เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับสวรรค์ ดังนั้นบันไดตรงหน้าวิหาร หรือหน้าโบสถ์ จึงมีชื่อเรียกว่า “บันไดแก้วมณีสีรุ้ง”

ความเชื่อของชาวฮินดู ก็ถือว่า นาคเป็นสะพานเชื่อมภาวะปกติ กับที่สถิตของเทพ ทางเดินสู่วิษณุโลก เช่น ปราสาทนครวัด จึงทำเป็น พญานาคราช ที่ทอดยาวรับมนุษย์ตัวเล็กๆ สู่โลกแห่งความศักดิ์สิทธิ์ หรือก็บั้งไฟของชาวอีสานที่ทำกันในงานประเพณีเดือนหก ก็ยังทำเป็นลวดลาย และเป็นรูปพญานาค พญานาคนั้นจะถูกส่งไปบอกแถนบนฟ้าให้ปล่อยฝนลงมา

 

ตำนานพญานาค,ตํานานพญานาคในแม่น้ําโขง,ตํานานพญานาคแม่น้ําโขง,ตํานานพญานาคในแม่น้ําโขง,ตํานานพญานาคแม่น้ําโขง,ตํานานเมืองลับแล,ตํานานพญาครุฑ,ประวัติ พญานาค,ตํานานผาแดงนางไอ่,ตํานานบั้งไฟพญานาค,ต้น กํา เนิ ด พญานาค,กํา เนิ ด พญานาค ราช,ค ลิบ พญานาค ใน แม่ น้ํา โขง

ตํานานพญานาค

ในสมัยพระพุทธเจ้า มีพญานาคตนหนึ่งนั่งฟังธรรมเทศนา ของพระพุทธเจ้าแล้วได้เกิดศรัทธา จึงได้แปลงกายเป็นมนุษย์ขอบวชเป็นพระภิกษุ แต่อยู่มาวันหนึ่งเข้านอนในตอนกลางวัน หลังจากหลับแล้วมนต์ได้เสื่อมกลายเป็นงูใหญ่ จนพระภิกษุรูปอื่นไปเห็นเข้า ต่อมาพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงให้พระภิกษุนาคนั้นสึกออกไป เพราะเป็นสัตว์เดรัจฉาน นาคตนนั้นผิดหวังมาก จึงขอถวายคำว่า นาค ไว้ใช้เรียกผู้ที่เข้ามาขอบวชในพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นอนุสรณ์ในความศรัทธาของตน

ต่อจากนั้นมาพระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติไม่ให้สัตว์เดรัจฉาน ไม่ว่าจะเป็นนาค ครุฑ หรือสัตว์อื่นๆ บวชอีกเป็นอันขาด เพราะก่อนที่อุปัชฌาย์จะอุปสมบทให้แก่ผู้ขอบวชจะต้องถาม อันตรายิกธรรม หรือข้อขัดข้องที่จะทำให้ผู้นั้นบวชเป็นพระภิกษุไม่ได้ รวม 8 ข้อเสียก่อน ในจำนวน 8 ข้อนั้น มีข้อหนึ่งถามว่า “ท่านเป็นมนุษย์หรือเปล่า”

ดังนั้น ตอนที่เข้าพิธีบวชนาคนั้น พระภิกษุที่ทำการบวชให้ จะถามว่า

ถาม – กุฏฐัง (เธอเป็นโรคเรื้อนหรือไม่) ตอบ- นัตถิ ภันเต (ไม่ใช่ครับ) ผู้ทูลขอเรื่องนี้คือ หมอชีวกโกมารภัจจ์ ปรารภเหตุคนป่วยออกบวชเพื่อให้ท่านรักษา ครั้นหายแล้วก็ลาสิกขา

ถาม – คัณโฑ (เธอเป็นโรคฝีชนิดเป็นทั่วตัวหรือไม่) ตอบ- นัตถิ ภันเต ผู้ทูลขอเรื่องนี้คือ หมอชีวกโกมารภัจจ์ ปรารภเหตุคนป่วยออกบวชเพื่อให้ท่านรักษา ครั้นหายแล้วก็ลาสิกขา

ถาม – กิลาโส (เธอเป็นโรคกลากหรือไม่) ตอบ- นัตถิ ภันเต ผู้ทูลขอเรื่องนี้คือ หมอชีวกโกมารภัจจ์ ปรารภเหตุคนป่วยออกบวชเพื่อให้ท่านรักษา ครั้นหายแล้วก็ลาสิกขา

ถาม – โสโส (เธอเป็นโรคมองคร่อ คือ มีเสมหะแห้งอยู่ในก้านของหลอดลมหรือไม่) ตอบ- นัตถิ ภันเต ผู้ทูลขอเรื่องนี้คือ หมอชีวกโกมารภัจจ์ ปรารภเหตุคนป่วยออกบวชเพื่อให้ท่านรักษา ครั้นหายแล้วก็ลาสิกขา

ถาม – อะปะมาโร (เธอเป็นโรคลมบ้าหมูหรือไม่) ตอบ- นัตถิ ภันเต ผู้ทูลขอเรื่องนี้คือ หมอชีวกโกมารภัจจ์ ปรารภเหตุคนป่วยออกบวชเพื่อให้ท่านรักษา ครั้นหายแล้วก็ลาสิกขา

ถาม – มะนุสโสสิ๊ (เธอเป็นมนุษย์ ใช่ไหม) ตอบ- อามะ ภันเต (ใช่ครับ) ปรารภเหตุพญานาคแปลงมาบวชเพื่อที่จะได้มีบุญ พ้นจากกำเนิดพญานาค แต่กำเนิดพญานาคมีความไม่งอกงามในพระธรรมวินัยนี้เป็นธรรมดา
ถาม – ปุริโสสิ๊ (เธอเป็นผู้ชาย ใช่ไหม) ตอบ- อามะ ภันเต ปรารภเหตุบัณเฑาะก์ คนลักเพศ คนสองเพศออกบวช ทำให้เกิดความวุ่นวายและติเตียนในหมู่สงฆ์

ถาม – ภุชิสโสสิ๊ (เธอเป็นไทแก่ตัวเอง ใช่ไหม) ตอบ- อามะ ภันเต ปรารภเหตุทาสหนีออกบวชแล้วเจ้านายมาเจอตอนเป็นพระภิกษุแล้ว ทำให้ชาวบ้านติเตียนว่า ทาสหนีออกบวชทำให้พระศาสนามัวหมอง

ถาม – อะนะโณสิ๊ (เธอไม่เป็นหนี้ใคร ใช่ไหม) ตอบ- อามะ ภันเต ปรารภเหตุลูกหนี้ออกบวชแล้วเจ้าหนี้มาเจอตอนเป็นพระภิกษุแล้ว ทำให้ชาวบ้านติเตียนว่า ลูกหนี้หนีออกบวชทำให้พระศาสนามัวหมอง

ถาม – นะสิ๊ ราชะภะโฏ (เธอไม่ใช่ข้าราชการที่ยังมีภาระต้องรับผิดชอบ ใช่ไหม) ตอบ- อามะ ภันเต ผู้ ทูลขอเรื่องนี้คือ พระเจ้าพิมพิสาร ปรารภเหตุเหล่าข้าราชการ ทหารหนีออกบวชเมื่อข้าราชการเหล่านั้นถูกส่งไปปราบปรามความไม่สงบที่ชายแดน แคว้นมคธ

ถาม – อะนุญญาโตสิ๊ มาตาปิตูหิ (บิดา มารดาของเธออนุญาต ใช่ไหม) ตอบ- อามะ ภันเต ผู้ทูลขอเรื่องนี้คือ พระเจ้าสุทโธนะพุทธบิดา ปรารภเหตุการออกบวชของสามเณรราหุล

ถาม – ปะริปุณณะวีสะติวัสโสสิ๊ (เธออายุครบ 20 ปี ใช่ไหม) ตอบ- อามะ ภันเต ปรารภ เหตุพวกเด็กชายสัตตรสวัคคีย์บวช แต่ด้วยความที่เป็นเด็กจึงไม่สามารถอดทนต่อความเย็น ร้อน หิว กระหาย ไม่อดกลั้นต่อสัมผัส ฯลฯ ทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นในหมู่สงฆ์

ถาม – ปะริปุณณันเต ปัตตะจีวะรัง (เธอมีบาตรและจีวรครบ ใช่ไหม) ตอบ- อามะ ภันเต ปรารภ เหตุภิกษุบวชกุลบุตรผู้ไม่มีทั้งบาตรทั้งจีวร หลังบวชแล้วภิกษุผู้บวชใหม่ก็เปลือยกาย เที่ยวรับบิณฑบาตด้วยมือ คนทั้งหลายจึงเพ่งโทษ ติเตียน

ถาม – กินนาโมสิ (เธอชื่ออะไร) ตอบ- อะหัง ภันเต [ฉายาทางพระของผู้บวช] นามะ (กระผมชื่อ….)

ถาม – โก นามะ เต อุปัชฌาโย (พระอุปัชฌาย์เธอชื่ออะไร) ตอบ- อุปัชฌาโย เม ภันเต อายัสสมา [ฉายาทางพระของพระอุปัชฌาย์] นามะ (พระอุปัฌาย์กระผมชื่อ….)

 

ตำนานพญานาค,ตํานานพญานาคในแม่น้ําโขง,ตํานานพญานาคแม่น้ําโขง,ตํานานพญานาคในแม่น้ําโขง,ตํานานพญานาคแม่น้ําโขง,ตํานานเมืองลับแล,ตํานานพญาครุฑ,ประวัติ พญานาค,ตํานานผาแดงนางไอ่,ตํานานบั้งไฟพญานาค,ต้น กํา เนิ ด พญานาค,กํา เนิ ด พญานาค ราช,ค ลิบ พญานาค ใน แม่ น้ํา โขง

ตํานานพญานาค

ตำนานพญานาค ตามความเชื่อตะวันตก

พญานาค หรือ งูใหญ่มีหงอน ในตำนานของฝรั่งหรือชาวตะวันตก ถือว่าเป็นตัวแทนของกิเลส ความชั่วร้าย ตรงข้ามกับชาวตะวันออก ที่ถือว่า งูใหญ่พญานาค มังกร เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พลังอำนาจ ชาวฮินดูถือว่า พญานาคเป็นผู้ใกล้ชิดกับเทพองค์ต่างๆ เป็นเทพเจ้าแห่งน้ำ เช่น อนันตนาคราช ที่เป็นบัลลังก์ของพระนารายณ์]]ตรงกับความเชื่อของลัทธิพราหมณ์ ที่เชื่อว่า นาค เป็นเทพแห่งน้ำ เช่นปีนี้ นาค ให้น้ำ 1 ตัวแปลว่า น้ำจะมาก จะท่วมที่ทำการเกษตรไร่นา ถ้าปีไหนนาคให้น้ำ 7 ตัว น้ำจะน้อยตัวเลขนาคให้น้ำจะกลับกันกับเหตุการณ์ เนื่องจาก ถ้านาคให้น้ำ 7 ตัว น้ำจะน้อยเพราะนาคกลืนน้ำไว้

พญานาค งูใหญ่มีหงอน สัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ความอุดมสมบูรณ์ความมีวาสนาและบันไดสายรุ้งสู่จักรวาล เป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์จากการจำศีล บำเพ็ญภาวนาศรัทธาในพุทธศาสนาไม่เบียดเบียนผู้อื่น เราจะพบเห็นเป็นรูปปั้นหน้าโบสถ์ตามวัดต่างๆบันไดขึ้นสู่วัดในพุทธศาสนา ภาพเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธอีกมากมาย

พญานาค เป็นสัตว์มหัศจรรย์ที่มีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถแปลงกายได้ พญานาคมีอิทธิฤทธิ์และมีชีวิตใกล้กับคน พญานาค สามารถแปลงเป็นคนได้เช่นคราวที่แปลงเป็นคนมาขอบวชกับพระพุทธเจ้าในหนังสือไตรภูมิพระร่วง กล่าวถึงนาคที่ชื่อ ถลชะ ที่แปลว่า เกิดบนบกจะเนรมิตกายได้เฉพาะบนบกและนาคชื่อชลซะ แปลว่า เกิดจากน้ำจะเนรมิตกายได้เฉพาะในน้ำเท่านั้น

พญานาค ถึงแม้จะเนรมิตกายเป็นอะไร แต่ในสภาวะ 5 อย่างนี้ จะต้องปรากฏเป็นงูใหญ่เช่นเดิม คือ ขณะเกิด ขณะลอกคราบ ขณะสมสู่กันระหว่างนาคกับนาค ขณะนอนหลับ โดยไม่มีสติ และที่สำคัญ ตอนตาย ก็กลับเป็นงูใหญ่เหมือนเดิม

พญานาค มีพิษร้าย สามารถทำอันตรายผู้อื่นได้ด้วยพิษ ถึง 64 ชนิด ซึ่งตามตำนานกล่าวว่า สัตว์จำพวกงู แมงป่อง ตะขาบ คางคก มด ฯลฯ มีพิษได้ ซึ่งก็ด้วยเหตุที่ นาคคายพิษทิ้งไว้ แล้วพวกงูไปเลีย พวกที่มาถึงก่อนก็เอาไปมาก พวกมาทีหลัง เช่น แมงป่อง กับ มด ได้พิษน้อย แค่เอาหาง เอากันไปป้ายเศษพิษ จำพวกนี้จึงมีพิษน้อย และพญานาคต้องคายพิษทุก 15 วัน

พญานาค อาศัยอยู่ใต้ดิน หรือบาดาล คนโบราณเชื่อว่าเมื่อบนสวรรค์มีเทพอาศัยอยู่ลึกลงไปใต้พื้นโลก ก็น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง กล่าวว่า ที่ที่นาคอยู่นั้นลึกลงไปใต้ดิน 1 โยชน์ หรือ 16 กิโลเมตร มีปราสาทราชวังที่วิจิตรพิสดารไม่แพ้สวรรค์ ที่มีอยู่ถึง 7 ชั้น เรียงซ้อนๆ กัน ชั้นสูงๆ ก็จะมีความสุขเหมือนสวรรค์

พญานาค สามารถผสมพันธุ์กับสัตว์ชนิดอื่นได้ แปลงกายแล้วผสมพันธุ์กับมนุษย์ได้ เมื่อนาคตั้งท้องจะออกลูกเป็นไข่เหมือนงู มีทั้งพันธุ์เศียรเดียว 3, 5 และ 7 เศียร สามารถขึ้นลง ตั้งแต่ใต้บาดาลพื้นโลก จนถึงสวรรค์ ในทุกตำนานมักจะกล่าวถึงนาคที่ขั้น-ลง ระหว่างเมืองบาดาล กับเมืองสวรรค์ ที่จะแปลงกายเป็นอะไรตามที่คิด ตามสภาวะเหตุการณ์นั้นๆ จะเห็นว่า พญานาค หรือ งูใหญ่ นั้นมีความเป็นมาและถิ่นที่อยู่เป็นสัดส่วนในภพหนึ่งต่างหาก จะมีเป็นบางครั้งที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ พญานาค เป็นทั้งเอกลักษณ์ของความดี และความไม่ดี

 

ตำนานรักพญานาค:ตํานานผาแดงนางไอ่

มีหมู่บ้านที่อยู่ติดริมหนองหานและอยู่ในอาณาบริเวณรวมแล้วประมาณ ๖๐ หมู่บ้านจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าหนองหานมีความกว้างใหญ่เพียงใดและมีตำนานเรื่องราวเกี่ยวกับพญานาคที่มีชื่อเสียงว่า ตำนานผาแดงนางไอ่ ซึ่งคนในชุมชนยังมีความเชื่อในตำนานเรื่องนี้สืบต่อกันมายาวนาน

ตำนานโบราณเกี่ยวกับหนองหานที่เล่าขานกันมาตั้งแต่โบราณ กล่าวไว้ว่า นางไอ่เป็นธิดาของพระราชาเมืองขอม ซึ่งมีสิริโฉมงดงาม เป็นที่หมายปองของเจ้าชายเมืองต่าง ๆ มีอยู่ปีหนึ่ง เมืองขอมประสบปัญหาฝนแล้ง เจ้าเมืองขอมจัดการแข่งขันบั้งไฟ และมีการจุดบั้งไฟเพื่อเสี่ยงทายขอฝน และหากบั้งไฟของใครขึ้นสูงที่สุด จะยอมยกธิดา คือนางไอ่คำ ให้เป็นภรรยา มีเจ้าชายจากนครต่าง ๆ เข้าแข่งขัน รวมทั้งท้าวผาแดงแห่งเมืองผาโพง
ฝ่ายท้าวภังคี โอรสของพญานาค ในนครบาลดาล ทราบข่าว ก็ยกพลพญานาคปลอมตัวเป็นคนเข้ามาเข้าแข่งขันด้วย บั้งไฟของพญานาคภังคีไม่ชนะ

แต่เมื่อภังคีได้ยลโฉมนางไอ่คำก็ไม่สามารถจะถอนใจรักได้ จึงปลอมตัวเป็นกระรอกเผือกมาในสวนดอกไม้ของนางไอ่คำ ด้วยเคราะห์แต่ชาติปางก่อน นางไอ่คำเกิดคิดวิปริต ต้องการบริโภคเนื้อกระรอกเผือก จึงสั่งให้นายพรานตามล่ามาปรุงอาหาร และนายพรานก็ยิงกระรอกเผือกได้ ก่อนตายได้อธิษฐานว่า ใครก็ตามที่ได้บริโภคเนื้อของตนจงจมน้ำตายในบาดาล นางไอ่คำได้นำเนื้อกระรอกมาปรุงอาหาร และแจกจ่ายเนื้อกระรอกไปทั้งเมือง ในคืนนั้นเองเกิดพายุฝนแผ่นดินไหว น้ำท่วมพัดพาผู้คนลงสู่หนองหานและท้องบาดาล ท้าวนาคราชบิดาของภังคี โกรธที่โอรสถูกฆ่า จึงพานาคจากเมืองบาดาลมาอาละวาดถล่มเมืองขอมจนสิ้น ส่วนท้าวผาแดง เมื่อเห็นเมืองขอมถล่มได้พานางไอ่คำขึ้นม้าควบหนีไปทางทิศเหนือ หนีน้ำและบรรดาพญานาคที่ตามพ่นไฟไล่หลังมา วิญญาณแค้นของภังคีได้วนเวียนมาทวงความแค้นกับผาแดงนางไอ่ตลอดมาทุกชาติ ๆ

บริเวณที่พวกนาคถล่มจมพื้นบาดาล ได้กลายเป็นหนองหาน ณ ปัจจุบัน อยู่ในจังหวัดอุดรธานี
เป็นต้นลำน้ำปาว มีเกาะต่าง ๆ ที่เหลือจากการล่ม คือ เกาะเกษ ดอนสวน ดอนเตา ดอนดินจี่ ดอนแอ่น และดอนหลวง มีสถานที่เป็นทางผ่านของผาแดง นางไอ่ เช่น ห้วยพ่นไฟ ห้วยสามพาด ห้วยน้ำฆ้องห้วยกองสี ฯลฯ
ประชาชนรอบ ๆ หนองหาน ได้สร้างเจดีย์ วัด และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นที่สิงสถิตของวิญญาณ
ผู้ที่ประสบเคราะห์กรรมจมน้ำตายในครั้งนี้ ได้แก่ พระธาตุเชียงแก้ว พระธาตุดอยหลวง พระธาตุบ้านเดียมพระธาตุจอมศรี พระมหาธาตุเจดีย์(พระธาตุดอนแก้ว) ศาลท้าวผาแดง เป็นต้น

 ตำนานพญานาค,ตํานานพญานาคในแม่น้ําโขง,ตํานานพญานาคแม่น้ําโขง,ตํานานพญานาคในแม่น้ําโขง,ตํานานพญานาคแม่น้ําโขง,ตํานานเมืองลับแล,ตํานานพญาครุฑ,ประวัติ พญานาค,ตํานานผาแดงนางไอ่,ตํานานบั้งไฟพญานาค,ต้น กํา เนิ ด พญานาค,กํา เนิ ด พญานาค ราช,ค ลิบ พญานาค ใน แม่ น้ํา โขง

 ตํานานพญานาค

ตามความเชื่อในแต่ละภูมิภาคจะแตกต่างกันไป แต่พื้นฐานคือพญานาคนั้น มีลักษณะตัวเป็นงูตัวใหญ่มีหงอนสีทองและตาสีแดง เกล็ดเหมือนปลามีหลายสีแตกต่างกันไปตามบารมี บ้างก็มีสีเขียว บ้างก็มีสีดำ หรือบ้างก็มี7สี และที่สำคัญคือนาคตระกูลธรรมดาจะมีเศียรเดียว แต่ตระกูลที่สูงขึ้นไปนั้นจะมีสามเศียร ห้าเศียร เจ็ดเศียรและเก้าเศียร นาคจำพวกนี้จะสืบเชื้อสายมาจาก พญาเศษนาคราช(อนันตนาคราช) ผู้เป็นบัลลังก์ของพระวิษณุนารายณ์ปรมนาท ณ เกษียณสมุทร อนันตนาคราชนั้นเล่ากันว่ามีกายใหญ่โตมหึมามีความยาวไม่สิ้นสุด มีพันศรีษะ พญานาคนั้นมีทั้งเกิดในนำและบนบก เกิดจากครรภ์และจากไข่ มีอิทฤทธิ์สามารถบันดาลให้เกิดคุณและโทษได้ นาคนั้นมักจะแปลงร่างเป็นมนุษย์รูปร่างสวยงาม
ในตำนานสิงหนวัติ กล่าวว่า เมื่อเจ้าเมืองสิงหนวัติอพยพคนมาจากทางเหนือ พญานาคแปลง กายมาช่วยชี้ที่ตั้งเมืองใหม่ และขอให้อยู่ในทศพิธราชธรรม พอตกกลางคืนก็ขึ้นมาสร้างคูเมือง 4 ด้าน เป็น เมืองนาคพันธุ์สิงหนวัติ ต่อมาเมื่อยกทัพปราบเมืองอื่นได้ และรวมดินแดนเข้าด้วยกัน จึงเปลี่ยนชื่อเป็น แคว้นโยนกนาคราช

ที่เห็นได้ชัดก็คือ ที่ปราสาทพนมรุ้ง จะมีคูเมืองที่เป็นสระน้ำ 4 ด้าน รอบปราสาทและมี พญานาค อยู่ด้วย ตามความเชื่อของคนสมัยโบราณ นาคจะมีความหมายเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากน้ำ เช่น การสร้างศาสนสถานไม่ว่าจะเป็นอุโบสถ นาคที่ราวบันได จึงมี พญานาค ซึ่งตามความเป็นจริง (ความเชื่อ) การสร้างต้องสร้างกลางน้ำ เพื่อให้ดูเหมือนว่าศาสนสถานนั้นลอยอยู่เหนือน้ำ แต่ก็ไม่ต้องสร้างจริงๆ เพียงแต่มีสัญลักษณ์ พญานาค ไว้ เช่น ที่ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นต้น

เรื่องเล่าตำนานพญานาคนั้น แม้ว่าจะมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค แต่สิ่งที่สังเกตุเห็นได้ชัดนั่นก็คือ การที่แต่ละตำนานนั้น จะแฝงกุสโลบายในเรื่องของการทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วเข้าไว้ด้วย เพื่อให้มนุษย์ได้มีจิตใจที่สงบ ไม่เกิดความวุ่นวายใจ มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจนั่นเอง

 ตํานานพญานาค

Comments

comments